Pip – Point คืออะไรในตลาด forex

Pip กับ point สองตัวนี้เป็นอีกคำศัพท์หนึ่งของตลาด forex ที่ผู้เทรดจำเป็นที่จะต้องเข้าใจและรู้จักให้ดี ซึ่ง 2 คำนี้จะใช้เรียกหน่วยความเคลื่อนไหวของค่าเงิน เมื่อดูผิวเผินแล้ว เราจะคิดว่าทั้งสองคำนี้มีลักษณะที่เหมือนกัน แต่ Pip กับ Point นี้มีความแตกต่างตรงที่การอ่านค่ากัน ดังนั้นวันนี้ เราจะมาทำความเข้าใจคำศัพท์ทั้งสองคำนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่เราจะได้เข้าใจการอ่านค่าเงินให้ถูกต้องและเข้าใจว่าทั้งสองคำนี้มีความหมายว่าอย่างไร

Pip คืออะไร

Pip ย่อมาจาก Price interest point ตัวนี้จะมีการนับค่าความแตกต่างหน่วยของค่าเงิน โดยเริ่มดูจากตัวเลขท้ายสุด โดยทั่วไปแล้ว Pip จะมีอยู่ทั้งหมด 4 หน่วย หรือ 4 ตำแหน่งทศนิยม pip จะเป็นตัวที่ใช้บอกค่าความเปลี่ยนแปลงของคู่เงิน ;วิธีการอ่านก็อย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD คือ 1.3450 เคลื่อนตัวไปที่ 1.3453 คู่เงินนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3 pips นั่นเอง เพราะทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ของ 1.3450 – 1.3453 = 3 เลข 0 และเลข 3 อยู่ตำแหน่งทศนิยมท้ายสุด ที่มีความแตกต่างกันอยู่ 3 นั่นเอง เพื่อความเข้าใจมากขึ้นก็ให้ดูภาพดังต่อไปนี้

pip value

Pip interest Point = 25

จากภาพเราจะเห็นว่า ค่าความเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนไหวของมูลค่าเงินมีการเพิ่มขึ้น 25 pips ยังมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่ค่าเงินเปลี่ยนแปลงไปถึง 100 pips เลยทีเดียว เช่น EUR/USD เปลี่ยนจาก 1.2322 เป็น 1.2422 ก็จะแสดงว่าราคาได้เพิ่มขึ้นไปที่ 100 pip กฎเรื่องของจุดทศนิยม 4 หลัก ไม่สามารถใช้ได้กับสกุลเงินเยน (JPY) โดยสกุลเงินนี้จะใช้จุดทศนิยมเพียง 2 หลัก ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของคู่เงินเยน USD/JPY จาก 120.20 เป็น 120.40 มีค่าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20 pip เนื่องจากว่าค่าเงินเยนนั้นต่ำกว่าค่าเงินหลักอยู่มาก จึงมีเพียง 2 จุดทศนิยมเท่านั้น

นอกจากนี้เรายังจะสังเกตุเห็นว่ามีตัวเลขในตำแหน่งทศนิยมที่ 5 เกิดขึ้นด้วย จะเป็นตัวเลขตัวเล็ก ๆ อยู่หลังสุดเลย ดังภาพข้างต้นนี้ ซึ่งตัวนี้จะเป็นส่วนของหน่วยที่เรียกว่า Point นั่นเอง

Point คืออะไร

point value in forex

Point หรือที่รู้ ๆ กันอยู่ว่ามันคือ จุด ซึ่งจุดการเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในตำแหน่งที่ 5 นับจากจุดทศนิยมไปทางขวามือ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่นับจากตัวเลขตำแหน่งที่ 5 นี้จะเรียกว่า point ยกตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD จาก 1.23228 เป็น 1.23478 จะมีการเพิ่มขึ้น 50 point หรือ 5.0 pip หรือจะเรียกได้ว่า 10 point เท่ากับ 1 pip เสมอนั่นเอง

ค่า pip มีความสำคัญอย่างไร

การเทรด forex จำเป็นที่จะต้องดูความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงราคาเงินตราให้ดี สำหรับนักเทรดที่ไม่ได้ตั้งค่า stop loss ไว้ ก็สามารถที่จะดูได้จาก pip ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของราคา การเข้าใจค่าของ pip จะมีความสำคัญสำหรับคนที่มีขนาดสัญญาการเทรดหลากหลายแบบ เพราะเมื่อเราเพิ่มขนาดของสัญญาในการเทรด จะได้รู้ว่าต้องมีมูลค่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่

ยกตัวอย่างเช่น การเทรดสกุลเงิน EUR/USD  สัญญาขนาด 1 lot ที่เท่ากับ 100,000 ยูโร มูลค่าของ pip จะคิดคำนวณได้จากการนำ ขนาดสัญญา X การเปลี่ยนแปลงของราคา เช่น

  • EUR เท่ากับ 100,000 ราคาซื้อ USD เท่ากับ 1.1250 จะเป็น EUR 100,000 x 1.1250 = 112,500 USD
  • ต่อมาราคา EUR เท่ากับ 1.1260 USD จะเป็นเงิน EUR 100,000 X 1.1260 = 112,600 USD 

หากเราซื้อ EUR มาด้วยเงิน 112,500 USD และขายออกไปด้วยราคา 112,600 USD เราจะได้กำไรเท่ากับ 112,500 – 112,600 = 100 USD เมื่อเรารู้จักคำนวณและรู้จักค่า pip เราก็จะสามารถคำนวณได้ว่าจะได้กำไรจากการเทรดมากน้อยเท่าไหร่หรือจะขาดทุนไปมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ค่า pip สำหรับคำนวณ Lot ให้เหมาะสมกับการที่จะเปิด Order เพื่อบริหารจัดการกับความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตัวเอง อีกอย่างการรู้จักค่า pip จะทำให้เรารู้ว่าแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 จะต้องตั้งค่า stop loss ที่ระยะ 1 pip หรือ 10 points เท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกล้างพอร์ตแบบรวดเร็ว นี่ก็เป็นการวางแผนหรือกลยุทธ์การเทรดอย่างหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากขึ้น

Pip กับ Point มีความแตกต่างกันอย่างไร

แน่นอนว่า เมื่อเราเห็นหน่วยวัดความแตกต่างค่าสกุลเงินของ pip กับ point แล้ว ก็จะดูเหมือนว่าทั้งสองคำนี้จะถูกใช้เพื่ออธิบายหรือเรียก ค่าความต่างของคู่เงินที่เรานำมาใช้สำหรับคำนวณผลกำไรจากการเทรดของเราเหมือนๆกัน ซึ่งความแตกต่างจริงๆ ของ pip กับ point ก็มีแค่เพียงการเริ่มรับตำแหน่งจุดทศนิยมที่ต่างกัน pip จะเริ่มนับตัวเลขตำแหน่งที่ 4 หลังจุดทศนิยม ยกเว้นสกุลเงินเยน ของญี่ปุ่น ส่วน point จะเริ่มนับตัวเลขตำแหน่งที่ 5 หลังจุดทศนิยม ทั้ง pip และ point ยังมีรูปแบบของการคำนวณที่แตกต่างกันด้วย เช่น ความต่างของค่าเงินระหว่าง 1.23341 และ 1.23351 คือ 10 point หรือ 1 pip

position of pip and point after decimal

นักเทรดหลายคนบอกว่าทั้ง pip และ point มีรูปแบบการใช้งานที่เหมือนกันแล้วแต่ว่าใครจะเรียกยังไง แต่จากเนื้อหาข้างต้นก็จะเห็นแล้วบ้างว่า ทั้งสองมีรูปแบบการอ่านที่แตกต่างกัน แต่ก็ใช้ในการเรียกการเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินเหมือนกัน

หากนักเทรดเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาเงินด้วยจุดทศนิยมตำแหน่งที่ 2 กับ 4 จะไม่สามารถนับเป็น point ได้ จะต้องเริ่มต้นนับเป็น pip เท่านั้น ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์ก็มีความแตกต่างในเรื่องนี้เช่นกัน ควรศึกษาวิธีการเทรดของแต่ละโบรกเกอร์ให้ดีด้วย

สรุปค่า pip และ point

การเข้าใจและรู้จัก pip และ point มีความสำคัญต่อนักเทรดทุกคน โดยเฉพาะนักเทรดมือใหม่ จำเป็นที่จะต้องศึกษาเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะหากมีความรู้เรื่องนี้ ก็จะทำให้นักเทรดสามารถที่จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงของแต่สกุลเงินต่าง ๆ ได้ เมื่อเรารู้ว่า pip มีค่าเท่าไหร่ เราก็จะคำนวณและเตรียมใจยอมรับในเรื่องของการรับกำไรและการขาดทุนได้ ซึ่งเป็นการจัดการความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยนักเทรดที่ดีจะไม่เสี่ยงเกิน 3% ของบัญชีในการเทรดหนึ่งตำแหน่ง จึงควรที่จะต้องรู้ว่า pip มีค่าเท่ากับเงินสดเท่าไหร่ จากนั้นก็จะเริ่มวางกลยุทธ์ในการเทรดและตั้งค่า stop loss ในระบบได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบในการเทรดของเราได้มากยิ่งขึ้น